“ภูมิแพ้” เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของคนเรา พบได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอาการภูมิแพ้ในเด็ก จากสถิติระบุว่าพบมากกว่าผู้ใหญ่ โรคชนิดนี้หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต แต่จะส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตส่วนตัว และโรคภูมิแพ้ยังมีหลายลักษณะอาการ เราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นภูมิแพ้ และเป็นภูมิแพ้ชนิดใด บทความนี้มีคำตอบค่ะ
5 ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ภูมิแพ้ที่เกิดจากกรรมพันธุ์ และสารก่อภูมิแพ้ที่มีปัจจัยมาจากสิ่งแวดล้อม และเมื่อเข้าสู่ร่างกายของคนเราแล้ว ยังก่อให้เกิดภูมิแพ้ในหลาย ๆ ลักษณะ เช่น
- ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่บริเวณจมูก เรียกว่า โรคแพ้อากาศ
- ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่ตา เรียกว่า โรคเยื่อบุตาอักเสบภูมิแพ้
- ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่หลอดลม เรียกว่า โรคหืด
- ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่ผิวหนัง เรียกว่า ลมพิษ หรือ ผิวหนังอักเสบภูมิแพ้
- ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้ เกิดที่ทางเดินอาหาร เรียกว่า โรคแพ้อาหาร
สารก่อภูมิแพ้และปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการของโรค
สารก่อภูมิแพ้ที่จะเข้าสู่ร่างกายของคนเราโดยการหายใจ จากการสัมผัส หรือการรับประทาน เช่น การทานอาหารทะเล หรือการที่ร่างกายได้รับสารอาหารอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกรรมพันธุ์ ตัวอย่างเช่น พ่อหรือแม่ทานเมล็ดงาแล้วมีอาการแพ้ ลูกอาจมีอาการแพ้ได้ และสารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่มีปัจจัยมาจากสิ่งแวดล้อม เช่น
- ไรฝุ่นในบ้าน คือไรตัวเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มักอยู่ตามที่นอน พรม ผ้าม่าน หรือโซฟาที่เป็นผ้า
- แมลงสาบ เปลือกหุ้มรอบตัว ลำตัว ขา น้ำลาย และอุจจาระของแมลงสาบ ล้วนเป็นสารก่อภูมิแพ้ทั้งสิ้น
- เกสรหญ้าหรือเกสรดอกไม้ เพราะละอองเกสรมีขนาดเล็กมาก ทำให้ปลิวไปตามลมได้ และพบว่ามีอยู่ทั่วไปในอากาศ
- เชื้อรา ซึ่งมีชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่เรียกว่า สปอร์และแพร่กระจายในอากาศ เมื่อเข้าไปอยู่ในเยื่อบุทางเดินหายใจของผู้ที่มีอาการแพ้ อาจทำให้เกิดโรคแพ้อากาศ หรือโรคหืดได้
- สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว เป็นสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้จากการสัมผัส การสูดหายใจเอาขน หรือรังแคของสัตว์เข้าไป
People photo created by freepik – www.freepik.com
สัญญาณบ่งบอกอาการของโรคภูมิแพ้
- เริ่มมีผื่นที่บริเวณผิวหนัง เช่นผื่นแพ้ ลมพิษ และมีอาการคันตามผิวหนัง
- มีอาการคัดจมูก จาม และมีน้ำมูกไหล
- เริ่มจากไอ มีอาการแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด มีอาการของโรคหอบ หืด
- มีอาการเคืองตา และตาแดง คัดจมูก
- อาการบวมรอบบริเวณปาก อาเจียน และถ่ายเหลว
- มีอาการแสบคอ มีน้ำมูกไหลลงคอ หรืออาการหูอื้อ
อาการหรือโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
ภูมิแพ้ แม้จะเป็นโรคที่อาการส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต เพียงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น ยกเว้นการมีภาวะแทรกซ้อนจากการดูแลตนเองไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก นอนกรน ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผิวหนังติดเชื้อ คออักเสบ ไอเรื้อรัง อาการปวดหู หรือหูอื้อ
การวินิจฉัยและทดสอบภูมิแพ้ของแพทย์
โรคภูมิแพ้ เกิดขึ้นได้หลายลักษณะและเมื่อมีอาการของโรคเกิดขึ้นกับร่างกายแล้ว จำเป็นต้องรู้หรือวินิจฉัยก่อนว่าเป็นภูมิแพ้ หรือได้รับสารก่อภูมิแพ้ชนิดใด เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง สำหรับการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง แพทย์จะทำการทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบภูมิแพ้โดยเฉพาะ เพื่อทำให้ทราบว่าผู้ป่วยมีอาการแพ้สารใดบ้าง เช่น แมลงสาบ ขนแมว ไรฝุ่น เชื้อรา ขนสุนัข เกสร หญ้า ฝุ่นบ้าน และแพ้อาหารต่าง ๆ ซึ่งการทดสอบแพทย์สามารถแจ้งผลการตรวจให้คนไข้ทราบได้ทันที
การรักษาโรคภูมิแพ้
- รักษาด้วยวิธีหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และสารระคายเคือง เมื่อรู้ว่ามีอาการภูมิแพ้จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ทานอาหารทะเลแล้วมีอาการแพ้ ควรหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้นั้น ๆ
- รักษาด้วยการใช้ยา การรักษาด้วยวิธีนี้แพทย์จะวินิจฉัยและจ่ายยาให้ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม เพื่อบรรเทาและควบคุมอาการที่จะเกิดขึ้น เช่น ใช้ยาลดอาการคัดจมูก หรืออาจจะต้องใช้ยาพ่นจมูก กรณีมีอาการเรื้อรัง
- รักษาด้วยการฉีดวัคซีนรักษาโรคภูแพ้ แพทย์จะทำการรักษาด้วยการฉีดสารก่อภูมิแพ้ เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันชนิด IgG ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอม การฉีดจะเลือกฉีดเฉพาะสารก่อภูมิแพ้ที่ทดสอบทางผิวหนังแล้วพบว่าแพ้ จากนั้นแพทย์จะเพิ่มขนาดยาตามตารางเวลา ซึ่งผลข้างเคียงจากการฉีดจะมีรอยผื่นแดง ผื่นคัน นานประมาณ 4-8 ชั่วโมง หรือมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้แก่ การคัดจมูก น้ำมูกไหล อาการเหล่านี้มักจะเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีด
วิธีดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นภูมิแพ้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสาร หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทานอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและสมดุล
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำเมื่อมีน้ำมูกเรื้อรัง
- ดูแลสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
- ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง พบแพทย์เมื่อมีอาการแทรกซ้อนระหว่างการรักษา เช่น มีไข้ น้ำมูก ไอมีเสมหะ หรือหอบ
ภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบมากและเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แม้ไม่ใช่โรคที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่หากไม่ป้องกันตนเองขาดการบำรุงดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์ ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงหรือขาดความสมดุล นอกจากทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ง่ายแล้ว เมื่อเป็นโรคภูมิแพ้ยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนส่งผลให้กลายเป็นภูมิเรื้อรังที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ยากต่อการรักษาได้
-
฿990.00
฿2,770.00Cordy Plus (60 แคป) แถมเห็ดหลินจือแดงสกัด
฿990.00฿2,770.00 -
฿790.00
฿1,380.00เห็ดหลินจือแดงสกัด (250 มก.) 1 กล่อง แถมชาเห็ดหลินจือ 1 กล่อง
฿790.00฿1,380.00 -